โครงการการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดนครราชสีมา

ปี 2564

     การศึกษาวิจัย “การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดนครราชสีมา” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ค้นหาและทวนสอบข้อมูลคนจนสอบทานข้อมูลคนจนที่กระจายอยู่ในพื้นที่จังหวัดอย่างแม่นยำ 2) วิเคราะห์สาเหตุความยากจนของคนจนกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการวิเคราะห์สถานะความยากจนทุกมิติ 3) พัฒนานวัตกรรมการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำต้นแบบในจังหวัดนครราชสีมา 4) จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำที่เชื่อมโยงกับแผนพัฒนายุทธศาสตร์จังหวัดนครราชสีมา และ 5) สร้างเครือข่ายความร่วมมือและการพัฒนาระบบและกลไกการส่งต่อความช่วยเหลือคนจนในจังหวัดนครราชสีมา โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนาโดยการประยุกต์ใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) และการเรียนรู้เชิงจากการปฏิบัติ (Action Learning) เป็นหลัก

     มีกรอบการวิจัย 3 ขั้นตอนหลัก มีกลไกความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่และส่วนกลาง (Engagement) อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ได้แก่ 1) ระบบการค้นหาและสอบทานข้อมูล 2) ระบบส่งต่อความช่วยเหลือ และ 3) กระบวนการออกแบบโมเดลแก้จน (Operating model/Pilot project) ที่สอดคล้องกับบริบทของกลุ่มเป้าหมาย และกำหนดเป้าหมายในการวิจัยเป็นกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอจักราช อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอปักธงชัย โดยมีเป้าหมายการเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 5,008 ครัวเรือน จำนวนคนจน 22,132 คน เฉลี่ยครัวเรือนละ 4 คน โดยการสรุป ได้แก่ 

     1. สรุปผลการดำเนินงานวิจัย 

     2. การเปรียบเทียบ KPI (ระยะ 12 เดือน) 

     โดยมีรายละเอียดแต่ละประเด็นดังนี้

     ผลการดำเนินงานตามโครงการวิจัย “การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดนครราชสีมา” สรุปผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ดังนี้

     1) ค้นหาและทวนสอบข้อมูลคนจน สอบทานข้อมูลคนจนที่กระจายอยู่ในพื้นที่จังหวัดอย่างแม่นยำ จากข้อมูลการสำรวจเพื่อสอบทาน คัดกรองและค้นหาครัวเรือนยากจนจังหวัดนครราชสีมา จำนวนครัวเรือนยากจนเป้าหมาย 5,000 ครัวเรือน ในพื้นที่ 4 อำเภอ ผลการสำรวจครัวเรือนยากจนตามเป้าหมาย 5,008 ครัวเรือน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ภาพรวม 4 อำเภอเป้าหมายของจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอจักราช อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอปักธงชัย พบครัวเรือนยากจนจำนวน 5,008 ครัวเรือน จำนวนคนจน 22,132 คน เฉลี่ยครัวเรือนละ 4 คน ทั้งนี้มีครัวเรือนยากจนที่อาศัยอยู่จริงในอำเภอเมืองนครราชสีมาอีก 5 ครัวเรือน ที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในอำเภอโนนสูง 3 ครัวเรือน อำเภอด่านขุนทด 1 ครัวเรือน และอำเภอครบุรี 1 ครัวเรือน ครัวเรือนยากจนทั้งหมดมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 3,847.14 บาท ระดับทุนมนุษย์ 1.91 ระดับทุนกายภาพ 2.79 ระดับทุนเศรษฐกิจ 2.08 ระดับทุนธรรมชาติ 2.60 ระดับทุนสังคม 1.64

     สำหรับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลครัวเรือนยากจน จังหวัดนครราชสีมา ในเบื้องต้นคณะผู้วิจัยได้มีการดำเนินงานผ่านระบบ PPPCONNEXT (www.pppconnext.com) หรือระบบข้อมูลครัวเรือนยากจนระดับพื้นที่ โดยมีการนำข้อมูลจากการค้นหาและสอบทานข้อมูลครัวเรือนยากจนในพื้นที่จำนวน 5,008 ครัวเรือน เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลผ่านโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล (DBMS TOOLS) และมีการวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาและฐานทุนครัวเรือนยากจน จังหวัดนครราชสีมา

     2) วิเคราะห์สาเหตุความยากจนของคนจนกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการวิเคราะห์สถานะความยากจนทุกมิติ จากการแพร่ระบาดโควิด 19 ในจังหวัดนครราชสีมาส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ บางส่วนต้องลดพนักงาน บางส่วนต้องปิดกิจการ เลิกจ้างพนักงาน เกิดปัญหาการว่างงาน หรือลดการจ้างงาน ส่งผลกระทบต่อรายได้ของแรงงานที่จะนำมาจุนเจือครอบครัว ทำให้หลายครอบครัวมีรายได้ต่อครัวเรือนลดลง ในขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตกลับเพิ่มสูงขึ้น จากบริบทและสถานการณ์ความยากจนจังหวัดนครราชสีมา ได้ผลการวิเคราะห์ทุน 5 ด้าน จากข้อมูลในระบบ livingonnewpace พบว่า 1) ทุนมนุษย์ ครัวเรือนยากจนส่วนใหญ่จบการศึกษาในระดับต่ำกว่าประถมศึกษา (6,906 คน) ได้ประสบกับปัญหาว่างงานจากสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น (1,006 คน) 2) ทุนกายภาพ มีสภาพบ้านเรือนที่อยู่อาศัยทรุดโทรม (1,212 ครัวเรือน) และการไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการ (251 ครัวเรือน) 3) ทุนการเงิน ครัวเรือนยากจนส่วนใหญ่มีหนี้สิน (2,424 ครัวเรือน) 4) ทุนทางธรรมชาติ มีครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติ (842 ครัวเรือน) และ 5) ทุนทางสังคม พบว่ากลุ่มครัวเรือนยากจนมีการรับรู้ว่าในพื้นที่ยังไม่มีการกำหนดกฎระเบียบหรือกติกาในการอยู่ร่วมกันของชุมชน (1,167 ครัวเรือน)

     3) พัฒนานวัตกรรมการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำต้นแบบในจังหวัดนครราชสีมา การพัฒนาโมเดลแก้จน จังหวัดนครราชสีมาภายใต้แนวคิด “การส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครัวเรือนยากจน จังหวัดนครราชสีมา” ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอจักราช อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอปักธงชัย จากการวิเคราะห์ข้อมูลในเบื้องต้น ได้มีการดำเนินงาน “ศึกษาความเป็นไปได้ของต้นแบบธุรกิจกลุ่มอาชีพปลูกผักปลอดภัย” สรุปได้ว่า แนวทางส่งเสริมชุมชนให้มีการเพาะปลูกผักปลอดภัยเพื่อจำหน่ายปลีกภายในชุมชนใกล้เคียง หรือจัดจำหน่ายส่งศูนย์การค้า หรือโรงพยาบาลในพื้นที่ มีต้นแบบดำเนินการทางธุรกิจกลุ่มอาชีพปลูกผักปลอดภัยของชุมชน บนพื้นที่ 1.5 ไร่ แบ่งเป็น ระดับครัวเรือนพื้นที่ปลูกรวม 1 ไร่ และระดับชุมชนพื้นที่ปลูก ½ ไร่ เงินลงทุนในปีแรกระดับครัวเรือน 1,055 บาทต่อครัวเรือน และระดับชุมชน 19,000 บาท ต้นทุนการปลูกต่อรอบบนพื้นที่รวม 1.5 ไร่ เท่ากับ 305,326 – 309,326 บาท ราคาจำหน่ายเฉลี่ยกิโลกรัมละ 80 บาท เป็นเงิน 405,600 บาท โดยสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อรอบได้ทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้ง ปริมาณผลผลิตรวม 20,280 กิโลกรัมต่อปี มีกำไรจากการปลูกรวม 397,096 บาทต่อปี ซึ่งจำเป็นต้องส่งเสริมการปลูกเพื่อให้เกิดการหมุนเวียน สามารถตัดผักปลอดภัยนำไปจำหน่ายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทั้งนี้ นอกจากครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการจะมีกำไรจากการปลูกผักปลอดภัยจำหน่ายแล้ว ยังมีรายได้ในรูปค่าจ้างแรงงานสำหรับแปลงครัวเรือน รวมเป็นเงินจำนวน 576,000 บาทต่อปี สำหรับแปลงชุมชนสามารถให้สมาชิกครัวเรือนยากจนที่สนใจเข้าร่วมแปลงชุมชนได้รับค่าจ้างแรงงานเป็นเงินจำนวน 288,000 บาทต่อปี

ดังนั้น โดยรวมโครงการปลูกผักปลอดภัยบนพื้นที่ 1.5 ไร่ ของครัวเรือนยากจนเป้าหมายจำนวน 60 ครัวเรือน จะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจในพื้นที่มูลค่าประมาณ 1,261,096 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยเป็นเงิน 1,751.52 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน แนวทางการปลูกผักปลอดภัยของชุมชนนี้ สามารถขยายผลต่อยอดสู่การปลูกและแปรรูปพืชชนิดอื่น เพื่อส่งเสริมอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และเป็นแนวทางการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนต่อไป

     นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมามีการส่งเสริมและพัฒนากลไกและโครงสร้างดูดซับมูลค่าทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้กลับสู่ชุมชนด้านผักปลอดภัย โดยให้มหาวิทยาลัยเป็นตลาดในการจำหน่ายสินค้าให้กับบุคลากร นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ภายใต้การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย ณ สถานที่องค์กรที่ตั้ง เพื่อให้ถึงผู้บริโภคโดยตรง โดยร่วมกับศูนย์มีชัย นำผลผลิตผักมาจำหน่ายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งมีบุคลากรมากกว่า 1,000 คน โดยจำหน่ายทุกวันพฤหัสบดี เวลา 10.00 – 14.00 น. เพื่อเป็นการทดลองตลาด พบว่าได้รับความสนใจและการตอบรับซื้อผลผลิตเป็นจำนวนมาก

     โมเดลผักปลอดภัยแก้จนจังหวัดนครราชสีมาจึงมุ่งเน้นการนำครัวเรือนยากจนเข้าสู่ Supply Chain การปลูกผักปลอดภัย โดยการรวมกลุ่มอาชีพในฐานะผู้ปลูก นำร่องการปลูกผักสลัดปลอดภัย ในรูปแบบแปลงครัวเรือนและการจัดการแปลงรวมตามศักยภาพทุนของครัวเรือน โดยการหนุนเสริมทุนมนุษย์ด้านความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ การทำบัญชีครัวเรือน ทุนเศรษฐกิจในรูปแบบเงินทุนเริ่มต้น รวมถึงทุนกายภาพและทุนธรรมชาติในรูปแบบที่ดินแปลงรวมและน้ำเพื่อการเพาะปลูก และทุนสังคมโดยการส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มอาชีพ การจัดการแปลงรวม และยกระดับ Supply Chain สู่ Value Chain โดยการเติมทุนมนุษย์ด้านการจัดจำหน่ายและทักษะการขาย ซึ่งจะทำให้สมาชิกในครัวเรือนยากจนเป้าหมายได้มีโอกาสเข้าร่วมโมเดลผักปลอดภัยแก้จนได้มากขึ้น และพัฒนาทักษะที่หลากหลายตามความเหมาะสมของสมาชิกและครัวเรือน เป็นช่องทางเพิ่มรายได้จากงานที่หลากหลาย

การพัฒนาโมเดลแก้จนของจังหวัดนครราชสีมา ภายใต้โครงการการส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยระดับครัวเรือน จังหวัดนครราชสีมา โดยมีการพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ใช้ในการดำเนินงานได้ 3 นวัตกรรมหลัก ดังนี้ 

          1. นวัตกรรมการจัดการกลุ่ม เนื่องจากครัวเรือนยากจนส่วนใหญ่มีทุนสังคมอยู่ในระดับ 1 อยู่ยาก ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด แสดงว่าครัวเรือนยากจนขาดการเข้าร่วมกลุ่มเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ดังนั้นแนวทางการส่งเสริมทุนทางสังคม จึงเป็นการรวมกลุ่มอาชีพ แต่ในการสร้างรูปแบบการบริหารจัดการกลุ่ม/การรวมกลุ่มที่มีศักยภาพ มีการออกแบบภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มอาชีพ ซึ่งมีการบูรณาการกับทฤษฎีทางด้านการบริหารจัดการคือ การวางแผน (Planning : P) การจัดองค์การ (Organizing : O) การสั่งการ (Leading : L) และการควบคุม (Controlling : C) หรือ POLC เข้ามาเป็นเครื่องมือการดำเนินงาน ทั้งนี้การดำเนินงานบริหารจัดกลุ่มของครัวเรือนยากจนได้มีการพัฒนาเป็น “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดภัยระดับตำบล” โดยมีการบริหารจัดการโครงสร้างการดำเนินงานของกลุ่ม พร้อมกับกองทุนการจัดตั้งกลุ่มอย่างเป็นรูปธรรม 

          2. นวัตกรรมเครือข่ายการจัดจำหน่าย โดยส่งเสริมให้ครัวเรือนมีการออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งภายในและภายนอกท้องถิ่น เพื่อสร้างเครือข่ายทางการตลาด และมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผักปลอดภัยทุกสัปดาห์ละ 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และตลาดนัดโรงไฟฟ้า อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา นอกจากนี้ มีการพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์และจุดจำหน่ายสินค้าขนาดเล็ก (คีออส) 

          3. นวัตกรรมการบริหารจัดการแปลงรวม เป็นรูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ครัวเรือนยากจนสามารถเข้าร่วมโมเดลอุตสาหกรรมการผลิตข้างต้นได้มากขึ้น มีพื้นที่สำหรับการปลูกพืชปลอดภัย โมเดลการบริหารจัดการแปลงรวมจะอาศัยนวัตกรรมการจัดการกลุ่ม นวัตกรรมกระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ในเรื่องสัญญาการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ อำนาจหน้าที่ สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการใช้พื้นที่สาธารณะของกลุ่มอาชีพ ทั้งนี้ ครัวเรือนยากจนบางครัวเรือนไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เนื่องจากมีทุนทางกายภาพด้านที่ดินในระดับ 1 อยู่ยาก และบางพื้นที่มีทุนธรรมชาติในระดับ 1 - 2 อยู่ยาก และอยู่ลำบาก จึงต้องอาศัยนวัตกรรมการจัดการแปลงรวม โดยรับการสนับสนุนทุนกายภาพและธรรมชาติ เช่น ที่ดินและน้ำเพื่อการดำเนินกิจกรรมการเพาะปลูกหรือการแปรรูป จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

     4) จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำที่เชื่อมโยงกับแผนพัฒนายุทธศาสตร์จังหวัดนครราชสีมา ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนในจังหวัดนครราชสีมา เป็นการสังเคราะห์และประมวลผลข้อมูลจากการค้นหาและสอบทานข้อมูลคนจนโดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกครัวเรือนยากจนจากระบบ TPMAP ของพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอจักราช อำเภอปักธงชัย และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 5,008 ครัวเรือน การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับอำเภอทั้ง 4 อำเภอ ตลอดจนมีการดำเนินงานพัฒนาโมเดลแก้จน (Operating Model: OM) ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอจักราช อำเภอปักธงชัย และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ด้วยกระบวนการสัมภาษณ์เชิงลึกครัวเรือนยากจน การสังเกตการณ์สภาพแวดล้อม ณ สถานที่จริง การจัดเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์ทุนดำรงชีพ (SLF) 5 ด้าน ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนกายภาพ ทุนการเงิน ทุนธรรมชาติ และทุนทางสังคม สำหรับใช้ในการพิจารณาส่งต่อความช่วยเหลือ และพัฒนานวัตกรรมแก้จน ซึ่งคณะผู้วิจัยใช้โมเดลแก้จน ภายใต้โครงการ “ส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยระดับครัวเรือน จังหวัดนครราชสีมา” ในพื้นที่อำเภอจักราช อำเภอปักธงชัย และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ โดยดำเนินการในระดับตำบลสำหรับพื้นที่ตำบลที่มีครัวเรือนยากจนกระจุกตัวอยู่จำนวนมาก มีบริบทและทุนที่จะสามารถพัฒนาได้ภายใต้โครงการส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัย การดำเนินการดังกล่าวคณะผู้วิจัยค้นพบข้อเท็จจริงและปัญหาอุปสรรคหลายประการ จึงได้สังเคราะห์และเสนอแนะต่อรัฐบาล จังหวัด อำเภอ และตำบล ในการนำไปกำหนดเป็นนโยบาย มาตรการ แนวทางในการแก้ไขปัญหาความยากจนให้ประสบผลสำเร็จ โดยแบ่งข้อเสนอแนะออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ข้อเสนอแนะระดับประเทศ ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ/ตำบล ดังนี้ 

          1) ข้อเสนอแนะระดับประเทศ คือ รัฐบาลควรกำหนดนโยบายและแผนด้านการแก้ไขปัญหาความยากจนให้เป็นวาระแห่งชาติ มีเป้าหมายที่ชัดเจน สื่อสารและสร้างการรับรู้แก่ทุกภาคส่วน สนับสนุนทรัพยากรและงบประมาณในการขับเคลื่อนนโยบายแก่หน่วยงานอย่างเหมาะสม การสร้างระบบและกลไกความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนโดยอาศัยหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น สถาบันอุดมศึกษา และภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่ โดยภาคเอกชนซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนโครงการ หน่วยงานภาครัฐมีหน้าที่ร่วมลงทุนและสนับสนุนด้านนโยบาย กฎระเบียบที่เอื้อต่อการดำเนินงาน ตลอดจนรัฐบาลควรมีการวิเคราะห์ความเชื่อมโยง เพื่อกำหนดมาตรการ/โครงการช่วยเหลือคนจนให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สาธารณสุข และการศึกษา เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาในระดับฐานรากที่มีความยั่งยืนและสามารถขจัดความยากจนได้อย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำ 

          2) ข้อเสนอแนะระดับจังหวัด คือ จังหวัดควรให้ความสำคัญกับเรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจนโดยบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์หรือแผนพัฒนาจังหวัดอย่างน้อยระยะ 5 ปี ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนในการพัฒนา โดยระบุเป้าหมายรายปีให้ชัดเจนและวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม และการนำนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนจากรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติในระดับจังหวัด ควรมีการระดมสมองภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาโมเดลหรือแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับบริบทของจังหวัดโดยการวิเคราะห์และวางแผนอย่างเป็นระบบด้วยความรอบคอบ ไม่เพียงแต่เป็นวาระเร่งด่วนเร่งดำเนินการตามคำสั่งของกระทรวงต้นสังกัด ตลอดจนควรพัฒนาโมเดลแก้จนโดยการวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ในประเด็นที่จะสร้างเป็นธุรกิจที่ก่อให้เกิดรายได้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ดำเนินการโดยวิสาหกิจชุมชน หรือภาคเอกชนในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ โดยให้คนจนที่มีศักยภาพเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่า หรือให้มีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่คนจน 

          3) ข้อเสนอแนะระดับอำเภอและตำบล แบ่งข้อเสนอแนะออกเป็น 3 พื้นที่ (1) อำเภอจักราช คือ จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของอำเภอโดยระบุโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พร้อมแสวงหางบประมาณจากแหล่งทุนต่าง ๆ อาทิ ภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่ หรือหน่วยให้ทุนวิจัยและพัฒนาเชิงพื้นที่ เป็นต้น รวมถึงการสร้างภาคีเครือข่ายกับสถาบันอุดมศึกษาเพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่ทั้งระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน และควรมีการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มภาคีเครือข่ายท้องถิ่นในการร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนทุกมิติในอำเภอ ตลอดจนติดตามประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และเกิดการปรับปรุงพัฒนา (2) อำเภอปักธงชัย คือ ควรมีการจัดทำแผนพัฒนาอำเภอปักธงชัย ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ที่เชื่อมโยงกับแผนพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) พร้อมกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด กลยุทธ์/แนวทางการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ และควรมีการเสริมศักยภาพด้านเกษตรปลอดภัยและอาหารตลอดห่วงโซ่คุณค่า เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวชุมชน และอุตสาหกรรมในท้องถิ่น เพื่อขยายตลาดทำให้เกิดการจ้างงาน และเพิ่มรายได้ โดยเปิดโอกาสให้คนจนเข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่า และ (3) อำเภอเฉลิมพระเกียรติ คือ ควรมีการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของอำเภอโดยระบุโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พร้อมแสวงหางบประมาณจากแหล่งทุนต่าง ๆ อาทิ ภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่ หรือหน่วยให้ทุนวิจัยและพัฒนาเชิงพื้นที่ เป็นต้น รวมถึงการสร้างภาคีเครือข่ายกับสถาบันอุดมศึกษาเพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่ทั้งระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน และการเชื่อมโยงการทำงานกับพื้นที่ระดับตำบลและหมู่บ้านให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

     5) สร้างเครือข่ายความร่วมมือและการพัฒนาระบบและกลไกการส่งต่อความช่วยเหลือคนจนในจังหวัดนครราชสีมา การดำเนินงานของโครงการฯ ได้มีการออกแบบเป็นกลไกการมีส่วนร่วมของเครือข่ายเชิงระบบได้ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล 

          1. กลไกระดับจังหวัด มีการสร้างความร่วมมือในการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาความยากจน ภายใต้การจัดกิจกรรม การจัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่าย ในชื่อ “โครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ และโครงการบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนจังหวัดนครราชสีมา” ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและหน่วยงานภาคีเครือข่าย จำนวน 21 หน่วยงาน 

          2. กลไกระดับอำเภอ มีการประสานเพื่อการดำเนินงานเชื่อมโยงกับนายอำเภอของพื้นที่เป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความยากจน ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอจักราช และอำเภอปักธงชัย โดยมีภาคีเครือข่ายระดับอำเภอ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาชุมชนระดับอำเภอ เกษตรอำเภอ เป็นต้น ซึ่งคณะนักวิจัยได้มีการประสานนำส่งข้อมูลการค้นหาและสอบทานข้อมูลครัวเรือนจน ตลอดจนโครงการส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยระดับครัวเรือน จังหวัดนครราชสีมา โดยมีตัวอย่างการดำเนินกิจกรรม ได้แก่ (1) กิจกรรมการคืนข้อมูลระดับอำเภอ นักวิจัยที่รับผิดชอบประจำอำเภอ มีการนำข้อมูลที่มีการลงระบบ PPPconnext เพื่อสรุปผลข้อมูลของครัวเรือนยากจนในระดับอำเภอแก่ตัวแทนแต่ละพื้นที่ หรือการจัดกิจกรรมคืนข้อมูลระดับอำเภอให้แก่นายอำเภอ ผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาในพื้นที่ในปีงบประมาณถัดไป ตลอดจนการจัดกิจกรรมการสำรวจข้อมูลบริบทอำเภอเกี่ยวกับทุน 5 ด้าน เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์เพื่อพัฒนา Operating Model ระดับอำเภอต่อไป และ (2) กิจกรรมการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ดำเนินงาน “โครงการส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยระดับครัวเรือน จังหวัดนครราชสีมา” ในระดับอำเภอ ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ อำเภอจักราช อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอปักธงชัย โดยมีนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิด 

          3. กลไกระดับตำบล มีการประสานงานผ่านความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นต้น อีกทั้งมีการประสานความร่วมมือทั้งในส่วนของการค้นหาและสอบทานครัวเรือนยากจน และนำเสนอข้อมูลในระดับพื้นที่ให้กับผู้นำท้องถิ่น เพื่อจัดทำแผนพัฒนาในพื้นที่ในงบประมาณถัดไป เช่น การจัดกิจกรรมการคืนข้อมูลในระดับตำบล ณ องค์การบริหารส่วนตำบลพระพุทธ อำเภอจักราช โดยมีการเปิดโอกาสให้ผู้แทนระดับตำบลได้นำเสนอสภาพปัญหา/สาเหตุของปัญหาความยากจนที่เกิดขึ้นในพื้นที่

     นอกจากนี้ การพัฒนาระบบและกลไกการส่งต่อความช่วยเหลือคนจนในจังหวัดนครราชสีมา คณะผู้วิจัยด้านสารสนเทศ การค้นหาสอบทานข้อมูล และการตรวจสอบความถูกต้องข้อมูล ได้มีการส่งต่อข้อมูลครัวเรือนยากจนไปยังหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อใช้ประกอบการวางแผนการพัฒนาและการช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ทั้งนี้เป็นการส่งต่อข้อมูลในเบื้องต้นจำนวน 3 ระบบ ได้แก่ 

           1. ระบบการส่งต่อข้อมูลครัวเรือนยากจนไปให้กับศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนครราชสีมา (ศจพ. นม.) ได้มีการส่งต่อข้อมูลเพื่อบูรณาร่วมกับข้อมูลครัวเรือนเปราะบางและฐานข้อมูลคนจน TPMAP ปี 2564 จำนวน 5,008 ครัวเรือน โดยมีการพัฒนาระบบการส่งต่อข้อมูล จำนวน 2 ระบบ ดังนี้ (1) ระบบส่งต่อข้อมูลครัวเรือนยากจนเชิงพื้นที่ด้วยฐานทุน 5 มิติ และ (2) ระบบส่งต่อข้อมูลเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนยากจนที่ตกเกณฑ์ตัวชี้วัด จปฐ. และ TP-MAP 

         2. ระบบการส่งต่อข้อมูลครัวเรือนยากจนให้กับสำนักงานพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ด้านบ้านมั่นคง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการช่วยเหลือด้านที่พักอาศัยให้กับครัวเรือนยากจน จำนวน 147 ครัวเรือน โดยมีการคัดกรองข้อมูลที่อยู่ระบบฐานข้อมูล PPP connext โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีบ้านพักอาศัยเป็นของตนเอง/เช่าบ้านอยู่ 

          3. ระบบการส่งต่อสู่ระบบ OM โดยมีการดำเนินงานภายใต้ชื่อ “โครงการส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยระดับครัวเรือน จังหวัดนครราชสีมา” หัวหน้าโครงการฯ ย่อย มีการนำส่งรายชื่อครัวเรือนยากจนในระดับพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานเครือข่ายได้รับทราบ พร้อมแจ้งประสานให้หน่วยงานมีการคัดเลือกครัวเรือนยากจนจากฐานข้อมูล ppp connext ทั้ง 3 ตำบลเป้าหมาย ได้แก่ ครัวเรือนยากจนในตำบลพระพุทธ ตำบลหนองพลวง และตำบลธงชัยเหนือ จำนวน 535 ครัวเรือน การประสานส่งข้อมูลในลักษณะของเอกสาร และไฟล์ Excel ไปยังหน่วยงานแต่ละพื้นที่

ลำดับ ชื่อโมเดล
1 OM ย่อย 1
2 OM ย่อย 2
3 OM ย่อย 3
รวม 3 โมเดล